Me...W's profileMe...WPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 12

    English Proverbs

    When in Rome,do as the Romans do.

    Every could has a silver lining.

    Don't judge a book by its cover.

    To kill 2 birds with one stone.

    Actions speak lounder than words.

    Scratch my back and I ll scratch yours.

    An eye for an eye,a tooth for a tooth.

    The Grass iss always greener on the other side of the fence.

    The pot calling the kettle black.

    Birds of a feather ,flock together.

    Walls have ears.

    All that glitters is not gold.

    April 07

    The One

    ไม่เคยมี วันใดๆ เวลาใด ที่เธอไปจากฉัน
    จะเป็นวัน จะเป็นเดือน จะเป็นปี ฉันยังคงเก็บมาฝัน

    แม้เราจะไม่มีวันพบเจอ กันเหมือนอย่างเดิม ไม่เหมือนอย่างเก่า
    ฉันก็ยังคอย จะฟังข่าวคราว ของเธอเสมอ

    มองจดหมาย กองหนังสือ หรือแจกัน ก็ยังคงอยู่ตรงนั้น
    มองต้นไม้ มองทะเล และท้องฟ้า ก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น

    ทุกๆ อย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังเหมือนอย่างเก่า
    เพียงแต่วันนี้ มองไปมันเหงา เพราะมันขาดเธอ

    ไม่มีใครทดแทนเธอได้เลย ไม่มีใครเคยเข้ามาในใจ
    ไม่มีใครมาแทนที่เธอได้เลย เธอคนเดิมคือคนเดียวในหัวใจ
    และยังคงคิดถึงเธอตลอดมา และยังคิดถึงเธอทุกเวลา
    และยังคิดถึงทุกทีที่หลับตา และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพบกัน ฉันรอแต่เธอ

    ทุกๆ อย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังเหมือนอย่างเก่า
    เพียงแต่วันนี้ มองไปมันเหงา เพราะมันขาดเธอ

    ไม่มีใครทดแทนเธอได้เลย ไม่มีใครเคยเข้ามาในใจ
    ไม่มีใครมาแทนที่เธอได้เลย เธอคนเดิมคือคนเดียวในหัวใจ
    และยังคงคิดถึงเธอตลอดมา และยังคิดถึงเธอทุกเวลา
    และยังคิดถึงทุกทีที่หลับตา และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพบกัน ฉันรอแต่เธอ

    ฉันรอแต่เธอ ฉันรอแต่เธอ

    December 05

    Now or never

                            Last week,the heating in my house was broken for 3 days and nights.Everything was thoroughly freezing cold.I felt like stay and sleep in a fridge!!! It was absolutely horrible.I couldnt have a shower but at the hotel had a shower room so that I could have a shower there.And my boss lent me a fan heater at the third night so that I wasn't cold at that night.She was realy nice and lovely boss.
     
    Time
     
    There s no time like the presemt
    Time heals all wounds
    Never put off till tomorrow what you can do today
    Time flies when you r having fun
    November 12

    You can have it all

    I had my hair cut today by MIYUKI ,Japanese girl who is my classmate at her flat.It s look betterขยิบตา.
    She is so nice and she used to learn about hair stylist in Japan and She work part-time at Hair Salon,
    I didnt has it cut such a long time since I came to UK cos it is very expensive.
    I got my visa 3 days ago ,so happy ยิ้มแฉ่ง 
    It s gonna expire in the end of next year.Now I work in the hotel.
    Thai Restaurants are so mean,less pay than the minimum wages and so hard work.
    I wont work in Thai Restaurants eventhough I dont have any job. 
     
    Another winter day,
    Has come and gone away,
    In either Paris and Rome,
    And I Want To Go Home,
    I miss you, You know,
    Let me go home,
    I've had my run,
    Baby i'm down,
    I want to go home,
    Let me go home,
    It'll all be alright,
    I'll be home tonight,
    I'm coming back home.

    October 17

    What am I doing here?

               I  have been in London since 29th September for study English.I ve rented the house at 19 Gowan rd. London nw10 2sh (in Zone 2 nearest tube is Willesden green).I ve studied in intermediate level at great chapal college ,oxford street.I am extending my visa.I wish I will get itกุหลาบแดง.If I get the visa,I can live in UK more.
         Grammar - 1st conditional (the real)  : If I pratise English,I ll improve.  If I buy a phonecard,I ll call u.
                         - 2nd conditional (Imagination) : If I was rich,I would buy a Mercedes Benz car for my mum.  If I were you,I would comment in this nice blog. ขยิบตา
                        - 3rd conditional ( the situation in the past) : If I had stayed in TH last month,I would have gone to Rob's wedding and met my friends.  If I hadn't lost,I wouldn't have arrived the school late.
           Living in London is very expensive.I ve met many Thai people :at school , Thai restaurant , on the bus or street.Thai people is everywhere in London!!! My life in here is ok and I hope it will be better n better. I miss u all so muchhhh wa.Hope u r allright.Bye ,See u later na .
                                                             P7240133P7240136
    April 18

    Knoll House

               When I finished studing for 1 month at Harrow House Internation College and I knew where is my workplace I was very happy cos I got the same workplace with my friends : Sim , Nong , P'Fai and Aida (Maxican's girl) and there is very close to the school just 5 mins for drive.I had 4 free days before go to work.I thought we should go to travel therefor we went to London (second time) for 3 days.We went to several historic place and building such as London Bridge,Tower Bridge,Tower of London,ST.PAUL'S and National Gallery.We went to Thai's restaurant "Krung Tap" cos we missed Thai food very much.It was delicious but quite expensive.
              We bought 3 days traveller card for use any transportation : bus,tube(underground) At first time I got in the tube I was very headache but after that I was better.
              Now I am working in Knoll House Hotel (www.knollhouse.co.uk) I am a housekeeping,it is hard work cos there has many rooms to clean in time.The last Easter I was very tried (5-10 April).At night I am a baby listening (7.15-11.00 pm) :listen to babies when parents go to dinner if they cry for a long time,call the parents (2 days/week)
             The staff's room is take 5 mins for walk to the hotel.I have a single room,I really like it but share toilet and bathroom.We have a living room.There has a TV,CD Player,Video,Microwave,Refrigerator etc.There has to walk pass the forest when in the night.There is very dark and so scary.My day off ison Friday and Saturday.In this hotel has 8 Thai girls.We always speak Thai. I probably not improve my English well.
             My supervisor is "Tracey" She is very nice and funny.Sometime I dont understand her cos she speaks very fast and she is come from the north of England.
             Now the weather is not too cold someday in the afternoon is very hot.The hotel is near the beach and very quite.I think some day off I will go back to Thailand (just kidding).Miss U All
    March 02

    I arrived UK already

                     มาถึงอังกฤษตอน 6.30 am วันที่ 24/02/07 ตอนอยู่บนเครื่องบินนอนไม่ค่อยหลับเลย มันนอนไม่สบาย เมื่อยมาก วันหลังต้องนั่ง Business class แล้วหล่ะ 555 ถึง Heathrow airport ผ่าน ต.ม. เสร็จ ก็ไปรอรับกระเป๋า ไปถึงก็เจอเลย แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมารับชื่อเบน เป็นรถตู้ นั่งไปอีก 2 ชม.ครึ่ง ก็ถึง Harrow House International College ที่เมือง Swanage ตอนเย็นก็ออกไปเดินเล่นในเมือง อากาศเย็นมากๆเลย ลมแรกมากๆ เพราะเป็นเมืองติดทะเล อยู่ทางใต้ของอังกิด เป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบมากๆอ่ะ กลับมาอาบน้ำ น้ำร้อนที่โรงเรียนร้อนมากๆอ่ะ ลวกตัวเกือบสุกเลย รูมเมทเป็นเด็กเกาหลี ชื่อ เฮลิม น่ารักดี นิสัยดีด้วย ให้แอบเปิ้ล กับ chocolate เราด้วย (คือเห็นเราหิว ชง cerial กิน) อายุ 24 มาเรียน คอร์ส Intensive มาอยู่ได้ 5 เดือนแล้ว เค้าจะเรียนต่อโท ถาปัดที่ ลอนดอน เตรียมตัวสอบ IELTS ต้องคืนแรกก็นอนหลับสนิทเลย เพราะเหนื่อยมาก วันอาทิดไปเมือง Bournemouth ซื้อ sim card มา แล้วก็ซื้อที่ชาร์ตแบต notebook มา เนื่องจากลืมเอามา (เศร้ามาก ราคา 30 pounds) ตอนจะกลับฝนตกด้วย วันนี้อาบน้ำ น้ำเย็นมากๆๆๆ ตัวชาเลย (เซ็งมาก น้ำร้อนไม่ทำงาน) พอวันจันทร์มี test แล้วก็เรียนวันแรก ฟังก็รู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง เด็กที่เรียนด้วยกันส่วนใหญ่มาจากเมกาใต้ พวกแม็กซิโก อาเจน ชิลี เอกวาดอร์ พูดกันเร็วมากๆ รัวๆด้วย ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เครียดเหมือนกัน แต่ยังดีมีเพื่อนนะนี่ หวังว่าจะดีขึ้นในไม่ช้านี้ (รึเปล่า)  ส่วนเรื่องอาหาร ก็มีพวก ขนมปัง ครัวซอง แฮม ออมเลต ชีส บางวันมีข้าวกับแกงด้วยนะ ไม่อร่อยเท่าไหร่หรอก แต่ก็ยังดี เราก็กินเยอะมากๆเลยอ่ะ (จาอ้วนไม๊เนี่ย ไม่มีเครื่องชั่งน้ำหนักด้วยนะนี่)  อากาศตอนนี้ก็หนาว แต่ไม่มาก บางวันมีฝนตก ถ้าลงไปในเมือง ลมแรงมากๆ เลย
    February 16

    Thanks To Friends TUP

           เมื่อพฤหัสที่ 8 กพ. 50 เพื่อนๆ ม.ปลาย นัดเลี้ยงส่งไปอังกฤษ ไปกินกันที่ร้าน Big Mama ตรงอโศก เป็นร้านแนวอาหารอิตาลี มีพวก Pizza ,สปาเก็ตตี้,ผักโขมอบชีส,ชีสทอด,สลัดต่างๆ ร้านน่ารักดี เป็นร้านเล็กๆ ดีใจมากๆเลยที่เพื่อนๆอุตส่าห์สละเวลามา (ซึ้งสุดๆอ่ะ) มากันเยอะด้วย ก็มี อีฟ ปั๊บ ชล นุ่น ขิง (และแฟนขิงซึ่งเราจำไม่ได้ว่าคือแตง) น้ำฝน เต้ แก้ว ออมและอาร์ท  แล้วเราก็โดนชลเทศน์สะยืดยาวเลย ก็ดีใจนะที่เพื่อนเป็นห่วง เราก็จะทำตัวดีๆ (ถ้าทำได้นะ 555) แล้วเราจะซื้อของฝากมาให้นะจ๊ะ
         Thanks to all my lovly friends and Miss U All Na.(อยากลงรูปใน blog แต่ลงไม่ได้อ่ะ เศร้า...)
    January 29

    Not Important

    อาจมีเหตุผลเป็นร้อยพัน ที่เธอคิดจะพูดให้ฉันได้ฟัง
    ที่ในวันนี้ต้องเลิกลากัน ฉันก็เคยอยากรู้อยากถามว่าทำไม

    แต่เอาเข้าจริงก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ยินถ้อยคำใด ก็ไม่จำเป็นแล้ว

    ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
    ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบแบบไหนจากตอนไหนก็เหมือนกัน

    ให้กี่เหตุผลกี่ร้อยคำ ก็ไม่ทำให้ความเจ็บช้ำเจือจาง
    และนาทีนี้ไม่ขอรับฟัง ไม่ว่าเคยอยากรู้อยากถามซักเพียงใด

    แต่เอาเข้าจริงก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ยินถ้อยคำใด ก็ไม่จำเป็นแล้ว

    ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
    ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบแบบไหนจากตอนไหนก็เหมือนกัน

    ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
    ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบตรงนี้จากตอนนี้เลยแล้วกัน

    I gonna go to UK

               เกือบจาไม่ได้ไปสะแล้วสิเรา ขอวีซ่ารอบแรกไม่ผ่าน เลยต้องขอรอบ 2  โดนเรียกไปสัมภาษณ์ เครียดมากๆเลย กัวไม่ได้ นัด 8 โมงเช้า ไปถึงตั้งแต่ 7 โมงก็ไปรออยู่หน้าสถานทูต เข้าไปตอน 7.45 น. เห็นเจ้าหน้าที่ยังไม่มาเลยเข้าห้องน้ำก่อน ออกมาคนเค้ายื่นกันไปหมดแล้ว เราเป็นคิวที่ 5-6 นี่แหละ แล้วกว่าจะได้สัมภาษณ์นะ 11.20 น. แหนะ รอจนหายตื่นเต้นเลย ไอผู้ชายก่อนหน้าเราเข้าไปสัมภาษณ์ตั้ง 4 รอบ ไม่รู้อะไรนักหนา นานมากๆ สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้ แย่จัง ตอนสัมภาษณ์คิดว่าไม่ได้แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่เป็นนิโกร ไม่ยิ้มเลย ถามว่าทำไมถึงจะไป ทำงานอะไรอยู่ คิดว่ากลับมาแล้วมีหลักฐานไม๊ว่าจะมีงานทำ ถามว่าโครงการนี้เป็นยังไง กลับมาแล้วจะทำงานด้านไหน เราก็ตอบตามความจริงไปว่า คิดว่าภาษาอังกฤษสำคัญกับการทำงาน เคยทำงานที่ซีพี ตอนนี้ออกแล้ว กลับมาก็ทำงานด้านเดิม เกี่ยวกับการส่งออกอาหาร พอบอกว่าได้วีซ่า เรานี่ยังงงอยู่เลย แบบว่าเฮ้ยได้แล้วหรอ ดีใจสุดๆเลย ตอนนี้ก็เตรียมตัว เตรียมของอยู่ (ยังไม่ถึงไหนเลย) ไปโครงการ Hospitality and Tourism Sanwich Course ทั้งหมด 6 คน ตอนเรียนอยู่ที่เดียวกัน แต่ตอนทำงานคงแยกกัน ไปทั้งหมด 8 เดือน เดือนแรกไปเรียนที่ Harrow House International College อยู่เมือง Swanage ที่เหลือทำงาน ยังไม่รู้อยู่เมืองไหน ไปรู้ที่โน่น อยากได้ที่ใกล้ๆ London จัง จาได้ไปเที่ยว shoping ได้ (จะมีตัง shoping ไม๊เนี่ย)
    November 16

    ชีวิตลูกจ้าง C.P.ภาค 1

            และแล้วก็ถึงเวลา และแล้วเราก็ต้องไป... 5555  ชีวิตลูกจ้าง C.P. ของเรากำลังจะจบแล้วนะ(สิ้นปีนี้) เราทำงานที่นี่ก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืม เราก็สับสนกับชีวิตเหมือนกันนะ หลังจากที่พี่อ๋วยเรียกเราเข้าไปคุย ก็จิงอย่างเค้าว่า หลังจากออกมาเรารู้สึกแย่มากๆ ไม่ใช่เพราะเค้าหรอก เพราะเราเองมากกว่า รู้สึกว่าไมฉันนี่ทำงานแย่อย่างนี้วะ เรียนจบมาได้ไงวะเนี่ย ทำไรไม่ดีสักอย่าง ทำงานไม่ได้เรื่อง เค้าจ้างมาให้เงินตั้งเยอะ(หรอวะ) ทำแค่นี้ทำไม่ได้ กลับบ้านก็เร็ว(ก็แค่ 3-4 ทุ่มเอง บางวันก็ 5ทุ่ม) งานก็ทำไม่เสร็จสั่งตั้งนานแล้ว (แม่งมีงานตั้งเยอะไคจาทำทันวะ มาทำเองมะ)แต่อีกใจนึงก็ เฮ้ย ฉันไม่ทุ่มเทหรอวะ มาอยู่หอคนเดียว กลับดึกขนาดนี้ ทำงานคนเดียว ไม่มีเพื่อน ตั้งนาน (มีตอน เดือนสิงหาคือพี่โต)คนคอยสอนก็ไม่มีแล้วให้ทำไงวะ ฉันไม่เคยทำงานนะโว้ย เรียนมามันก็ลืมหมดแล้ว แถมยังต้องดูแลห้องแลป ของก็โคตรเยอะ เอกสารอีก ทำตั้งแต่ แม่บ้าน(ล้างจาน จัดของ ยกของหนักเหมือนกันนะ เช็ดถู) จัดซื้อ (สั่งซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ ต้องไปซื้อเองด้วยนะ เช่นตู้รองเท้า จาน ชาม ฯลฯ) admin , document,QC,R&D จนถึงGB แต่ก็อย่างว่าเรานี่คงทำไม่ดีพอ อีกอย่างมันเยอะจัง ทำไม่ทัน เหนื่อยมาก เครียดมากๆเลย ไม่ไหวแล้วแหละ ไมชีวิตฉันต้องทนกับอะไรก็ไม่รู้ เงินก็ไม่พอใช้ ทำแล้วได้ไรวะ ไม่ได้ไรเลย แถมยังโดนว่าอีก ... กลับบ้านละดีก่า แล้วไว้มาเล่าให้ฟังอีกนะ ชีวิตลูกจ้างC.P. ช่าง...อะไรอย่างนี้
    August 28

    long time ago...

       นานมากแล้ว(จนจำไม่ได้)ที่ไม่ได้เข้ามาใน space มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับชีวิต ก็มีทั้งดีและไม่ดีปนกันไป
    เริ่มที่เรื่องดีๆก่อนแล้วกัน ได้ไปดู concert plamy กะนก เช็ง ยี้(น้องเช็ง) ปาล์มมี่น่ารักมากเลย ตัวผอมมาก
    หนุกดี ได้ปลดปล่อย แล้วก็วันนั้นไปงานรับปริญญาเพื่อนที่ธรรมศาสตร์กะซิ้ม แล้วก็เลยไปวัดพระแก้วกัน ไม่ได้ไป
    นานมากๆๆๆ คนที่เค้าสร้างขึ้นมานี่เก่งมากๆเลยนะเนี่ย สร้างได้ไงไม่รู้ ไปแวะซื้อของที่ท่าพระจันทร์แล้วก็กลับบ้านกัน
       ไปดูหนังโคตรรักเอ็งเลยกะซิ้ม แอ้ม มา หนังก็ดีนะมีหลายแนวทั้งเศร้า ซึ้ง ตลก แต่ไม่ถึงกะทำให้ร้องไห้นะ
    แล้วก็เรามีเพื่อนร่วมงานแล้วนะ ดีใจจัง เครียดอยู่คนเดียวมานาน ไม่รู้จาบ่นกะไค ชื่อพี่โต แก่กว่าปีนึง ทำงานโรงงานมาแล้ว 2 ปี
    (เลยโดนเราบ่นไปหลายเรื่อง น่าสงสารจัง)
        มาถึงเรื่องไม่ค่อยดี รู้สึกจะเยอะกว่าเรื่องดีๆหว่ะ พี่อ๋วย(หัวหน้าที่น่ารักของเราเอง) เปิดกระป๋องสับปะรด A10(ใหญ่สุดแล้ว)
    แล้วโดนกระป๋องบาดนิ้วโป้งซ้าย เส้นเอ็นขาดเลย ต้องไปผ่าตัดที่รพ.พระราม9 ต้องเข้าเฝือก หยุดงาน 1 เดือน
    จิงๆเราต้องเป็นคนเปิดแต่เค้าเข้าไปเปิดก่อน รู้สึกผิดจัง... งานเราเลยยุ่งมากๆ อาทิดที่แล้วตรวจทูน่าจนเกลียดไปเลย
    มันโหลดเยอะมาก แล้วก็มีปัญหาเยอะมากเลย เครียดมากๆเลยจนแบบไม่ไหวแล้ว อยากหายตัวไปเลย แต่ก็ผ่านมาแล้ว เฮ้อ...
    แต่งานอย่างอื่นก็ยังรออยู่เพียบเลย เหนื่อยจัง(แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีงานทำ รึเปล่าวะ...) จิงๆมีอีกนะ แต่อย่าไปพูดถึงมันเลย
    มันเป็นอดีตไปแล้ว เราต้องเดินหน้าต่อไป หวังว่าจามีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นนะ คิดถึงเพื่อนๆจัง...
     
    May 23

    on tour

    วันเสาร์ 20/05/06
    ตอนเช้านัดซิ้มกับแอ้มไปสำเพ็งกัน(ไปครั้งแรกเลยนะ) เจอกันตอน 9.30 น.ที่มาบุญครองแล้วนั่งแท็กซี่ไป KIKUYA ของถูกดีแต่ต้องซื้อเป็นโหล เดินจนหิวข้าว หาร้านกินข้าวตั้งนาน ไปกินร้ารแดง โภชนา หมูเต๊ะอร่อยมากเลย นุ่มดี มันมีน้อยมาก  แล้วก็อยากไปโบ๊เบ๊กันต่อ ไปเดินได้เสื้อมา 2 ตัว ตอนไปไม่ค่อยมีเสื้อผ้าเท่าไหร่ แต่เห็นเค้ากำลังจะตั้งขายเต็มเลย สงสัยมีเยอะตอนเย็นๆ แต่ไม่ไหวแล้วเหนื่อยมาก นั่งรถกลับบ้าน
    ตอนเย็นเพื่อนที่เกษตร นัดเลี้ยงส่งเหมี่ยวกับมดไปเรียนต่อออสเตรเลีย(อยากไปบ้างจัง)
    ที่ร้านทะเลบางกอก บรรยากาศก็ดีนะ อาหารก็โอเค กินเสร็จก็ฟังเพลงไปเรื่อยๆ รอเช็ง แล้วก็สั่งของหวานกินกัน ไอติม chocolate กะ บลูเบอรี่ ชีสเค้ก อร่อยมากเลย เข้มข้นมาก
    แล้วก็เจอขิงด้วย บังเอิญจังนั่งอยู่โต๊ะติดกันเลย
    วันนี้เหนื่อยจัง แต่ก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆ

    THAIFEX

    วันที่ 17 กับ 19 MAY ไปงานTHAIFEX ที่เมืองทองมา ขับรถไปจากโรงงานเอง หลงทางเลย กว่าจะไปถึง (วันแรกนะ วันที่ 2 ไปถูกแล้ว) มีของให้ชิมเยอะมาก เดินวันแรกไม่ทั่วเพราะไปถึงก็ 14.30 น. แล้ว เค้าปิด 6 โมง
    วันศุกร์ที่ 19 ไปทั้งวันเลย เดินเมื่อยมาก เดินดู PRODUCT ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ทำอยู่ เช่นอาหาร Retort pouch มีเยอะมาก ผลไม้กระป๋อง น้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว ซอส เส้นก๊วยเตี๋ยว
    อบแห้ง ชิมจนอิ่มเลย ที่ชิมก็มี โสม ขนมจากถั่วเหลือง hoolay เป็นสารให้ความหวานสกัดจากแป้งมันสัมปะหลัง เค้าบอกว่าไม่เป็นอันตรายแต่มันเป็น syrup เลยถามเค้า(เป็นฝรั่ง น่ารักดี)ว่าทำไมไม่ทำเป็น powder เค้าตอบเป็นภาษาไทยว่า "ทำได้ แต่แพงมากๆเลย" แล้วก็คุยกับเค้าต่ออีกแป๊บนึง เจอนกที่บูธแฮค ด้วย ตอนจะกลับบ้านซื้อของกินมาฝากแม่ เป็นน้ำผลไม้ผสมเนื้อผลไม้แท้ 100% อร่อยดี เข้มข้นมาก แต่แพงมากเลย ขวดละ 50 ประมาณ 250 ml brand simple taste มั้ง จำไม่ได้
    April 25

    My holiday

    วันเสาไปกิน shabu shi กับที่บ้าน ที่ เดอะมอล์ ราม
    อยากกินมานาน ได้กินสะที อาหารบางอย่างในเมนู ก็ต้อง
    สั่งเอา เพราะไม่มีมาสะที เช่น ซูชิยำสาหร่าย อาหารอร่อยดี
    สดดีด้วย ของหวานกินไอติมช็อคโกแลตกับซุปถั่วแดง
    อิ่มมากเลยอ่ะ
     
    เมื่อวันอาทิดไปมาบุญครองกับซิ้ม
    (ในที่สุดก็ได้ไปลงโปรแกรมมือถือสะที นัดกับเพื่อนนานมากๆ) 
    ไปลงโปรแกรม เพิ่ม mmc 
    ซื้อ card reader มาแล้ว จาได้ลงคอมได้สะที
    ทีนี้มือถือเรา ก็ฉลาดขึ้น อ่านภาษาไทยได้แล้ว หลังจากอ่านไม่ออกมานาน
    ซื้อบัตรเติมเงิน ด้วย ตอนนี้เติม300ได้400 แหนะ (วันนี้หมดตัวเลย)
    เดินจนเมื่อย แล้วก็หิว เลยไปกินฮะจิบัง แล้วก็กลับบ้าน
    ขากลับผ่านสนามกีฬา มีขายซองซิลิโคนกับแบบคริสตอล
    อันละ 50 บาทเอง ถูกมากเลย (ในมาบุญครอง แบบซิลิโคน
    ตั้ง 200 คริสตอล 100 แพงมาก) เลยซื้อซองซิลิโคนมาอันนึง
    เพราะแบบคริสตอลมีแล้ว
     
     
    March 29

    พายุฤดูร้อน

        เมื่อวันจัน อุ๊โทรมาจาก Virginia   ดีใจจัง กำลังอยากคุยกับอุ๊อยู่พอดีเลย ย้าย Host fam แล้ว อุ๊บอกว่าดีกว่าที่เดิม ดูแลเด็กผู้หญิงแค่คนเดียว 2 ขวบ คนโตผู้หญิง 5 ขวบไปโรงเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นมาก ฟังรู้เรื่อง พูดได้ อิจฉาจัง  อยากไปบ้างอ่ะ จาได้พูดได้เก่งๆ แต่จะมีโอกาสไม๊เนี่ย ได้คุยแค่ 12 นาทีเอง สัญญาณไม่ดี เซ็งเลย  
       แล้วเมื่อคืนมีพายุที่หอแหละ พัดแรงมากเลย ไฟดับด้วย ตอนเช้าฟังสรยุทธ บอกว่าเป็นพายุฤดูร้อน วันนี้อากาศเลยไม่ร้อนเท่าไหร่ ไปทำงานดีก่า
    March 28

    เกาะล้าน

      เมื่อวันอาทิตย์ไปเกาะล้าน กะ เช็ง เค้ง กิต พี่วี มา ไปเช้าเย็นกลับ หนุกมากเลย ไปถึงเกาะล้าน(ท่าหน้าบ้าน) ประมาณ เกือบบ่าย แล้วก็เช่ามอไซด์ 2 คัน ขี่ไปตามหาดต่างๆ หาดแรก คือ หาดตาแหวน หาดนี้สวย คนเยอะ แล้วก็ไปหาดเทียน หาดนี้ก็สวย คนน้อยดูสงบดี หาดแสม น้ำลึกไป แล้วก็หาดนวล ก็เลยตกลงมาเล่นหาดเทียนกัน เล่น banana boat ตกน้ำเจ็บมากเลย แสบตาอีกต่างหาก แต่ก็หนุกดีนะ(ตอนไม่ตกน่ะ) เล่นเรือแคนนู เหมือนเล่น banana boat เลย เพราะกว่าจะขึ้นครบ 4 คน ก็ตกไปหลายรอบ พายจนเมื่อยแขนเลย
     แล้วก็ข้ามกลับมาพัทยาถึงตอน 1 ทุ่ม ไปกินอาหารทะเล ร้าน shell ตังเก เมนูคือ หอยนางรมสด ปลาหมึกเผา ต้มยำกุ้ง(กุ้งเยอะมาก) กรรเชียงปูนึ่ง ปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว และข้าวผัดทะเล อร่อยมาก   กินอย่างราชาแล้วก็กลับอย่างยาจก(เหมือนที่กิตพูด) ถึงบ้านเกือบ 5 ทุ่ม พ่อถึงกับทักว่า "ทำไม ตัวดำจัง" (ซึ่งปกติพ่อไม่เคยทักไรเลย เสียself เลยอ่ะ) เตรียมของขึ้นรถ อาบน้ำนอน
         ตื่น 6 โมง ขับรถไปลาดหลุมแก้ว ง่วงมากเลย แถมยัง ปวดเมื่อยคอและแขนมากๆ ตามขาก็มีรอยฟกช้ำ วันจันเลยง่วงทั้งวัน ขี้เกียจทำงานมาก(ปกติก็เป็นทุกวันอยู่แล้ว 555)
        สุดท้ายนี้ก็ขอบใจเช็งมากนะที่อยากไปทะเลพอดีกับที่เราอยากไป กิตที่ขับรถพาเพื่อนๆไป เค้ง พี่วี ที่ทำให้ทริปนี้หนุกมาก เราดีใจมากเลยที่ได้ไปทะเล (คือไม่ได้ไปมานานมากแล้ว) แล้วก็จาไปอีกแน่ๆ
     
    February 18

    ซูกัสเป็นสาวแล้ว

    วันนี้พาซูกัสไปหาหมอ โดนฉีดวัคซีน 2 เข็ม มี สุนัขบ้า กับ หัดและสำไส้ กลับบ้านมาซึมไปเลย น่าสงสารจังคงจะเจ็บ ซูกัสโตเป็นสาวแล้ว อายุ 6 เดือน นิสัยก็เรียบร้อย น่ารัก(เหมือนเจ้าของ   ) ไม่ค่อยดื้อเท่าไหร่ ชอบกินผลไม้มากๆ โดยเฉพาะของเปรี้ยวๆ เช่น ส้ม สับปะรด แล้วก็กัว ลูกบาส ลูกบอล รถบังคับ(มันคงตกใจไม่รู้อาไรวิ่งไปมาได้)
    February 10

    ดีจัง

    สูงส่งแต่ไม่เย่อหยิ่ง
    ชนะแต่ไม่ลำพอง
    ปราดเปรื่องแต่รู้จักลงเวที
    เข้มแข็งแต่มีความอดกลั้น
     
    ชีวิตที่ไม่ได้ช่วยคนอื่นคือชีวิตที่ไม่มีค่า
     
    ไม่มีมนุษย์คนใด ไม่ต้องการความช่วยเหลือ
    ดอกบัวยังต้องอาศัยใบบัวค้ำชู
    รั้วแถบหนึ่ง มีเสาค้ำอย่างน้อย 3 ต้น
    คนเก่งคนหนึ่ง
    ต้องมีคนช่วยอย่างน้อยสามคน
     
    จงมองไปข้างหน้า เพื่อก่อความหวัง
    จงมองไปข้างหลัง เพื่อแก้ความผิด
    ถ้าไม่มีความหวังก็เหมือนคนสิ้นคิด
    ถ้าไม่มีความผิดก็เหมือนไม่ใช่คน
    January 25

    My friendship

            วันเสาร์ที่21 ไปงานรับปริญญาเอแบคที่ศูนย์สิริกิตมา แบบว่าสุดๆของคนเยอะ และร้อนมากๆ ไปถึง บ่ายโมงกว่า แดดกำลังได้ที่  รู้สึกว่าจะเป็นหมูแดดเดียวได้เลย ก็ไปถ่ายรูปกันเพื่อนๆ และ รอเพื่อนคนอื่นๆมากัน เดินหากันไปมา โทรศัพท์ก็โทรไม่ไม่ค่อยได้ตามระเบียบ ในที่สุดก็เจอเพื่อนๆจนได้ ถ่ายรูปรวมกัน แล้วเราก็ได้ friendship ตอน ม. 6 ที่น้ำฝนเอามาให้ ในที่สุด เราก็ได้มาแล้ว หลังจากที่รอคอยมานาน จนเกือบลืมไปแล้วว่าเรามี friendship ม.6 อยู่ด้วยนะนี่ ดีใจสุดๆ รำลาเพื่อนๆแล้วเดินออกมา
            ถึงเวลาไปจตุจักร ออกมาตอนบ่าย 3 โมง ปรากฎว่า รถใต้ดินคนทะลักออกมา ลงไปไม่ได้ พอลงไปได้ก็พบว่าคนต่อคิวซื้อเหรียญกันยาวมากๆ  ก็เลยตัดสินใจไปนั้งแท็กซี่อีกฝั่งนึง ซึ่งก็ต้องรออยู่สักพัก ไปกับเพื่อนอีก 2 คน บอกคนขับว่า "พี่ ไปไหนก็ได้ ให้ออกไปจากตรงนี้ก่อน" เพราะเค้าไม่กลับรถไปทางอโศก รถมันติดมาก พี่เค้าก็งงแล้วก็ถามว่าจะไปไหน สุดท้ายก็ไปลงที่สถานีรถใต้ดิน สวนสุมพินี แล้วนั่งไปลงกำแพงเพชร ถึงจตุจักร บ่าย4 ซื้อของให้ซูกัสเยอะแยะเลยทั้ง อาหาร ของเล่น ขนม ที่จูง เสื้อผ้า แต่ของตัวเองได้แค่ น้ำมันหอมระเหย 1 ขวด เท่านั้น แล้วก็ต้องวิ่งตามรถเมล์ 517 นั่งกลับบ้าน เฮ้อหิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย
            ตอนกลางคืน ก็เอา friendship ที่จากเราไปเกือบ 5 ปี มาเปิดอ่าน... จนจบเลย เพื่อนๆยังเขียนกันไม่ครบเลย  คงไม่เป็นไรนะถ้าเราจะเอาไปให้เขียนกันต่อ อ่านแล้วก็รู้สึกนึกถึงสมัยเรียน ม.ปลาย คิดถึงเพื่อนๆทุกคนเลย ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์ตั้งใจเขียนให้